hjjj.jpg picture by nachi36
สถานสงเคราะห์เด็ก
sony cybershot โหมด auto
ปรับสีขาวดำ

 

มีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งที่ฉันจะได้เดินทางไปร่วมเลี้ยงอาหารเด็กด้อยโอกาส
ทั้งที่เป็นคนที่หลงรักรอยยิ้มของเด็กๆ และมีความสุขเมื่อได้อยู่กับความไร้เดียงสา
แต่ด้วยเหตุผลเรื่องเวลา ทำให้ฉันไม่กล้าเริ่มต้นการไปเยี่ยมเด็กๆ เหล่านั้น
เพราะโดยส่วนมากแล้ว
หัวใจดวงน้อยๆ จะรู้สึกยินดีเมื่อเราไปหา และรู้สึกว้าเหว่เมื่อพวกเราจากลา
ถ้าหากไม่มีเวลาไปเยี่ยมพวกเขาสม่ำเสมอ บางทีสถานสงเคราะห์ก็ไม่อยากให้เราไป
เพราะมันอาจจะซ้ำเติมรอยแผลการถูกทอดทิ้งในหัวใจของพวกเขา

เท่าที่พอจำได้
ก็มีอยู่สาม - สี่ครั้งเท่านั้นที่ฉันมีโอกาสได้ไปเยือนเด็กๆ เหล่านี้
ในจำนวนไม่กี่ครั้งที่ได้ไปเยือน
ฉันพบว่า เด็กๆ ดูมีความสุขดี ท่ามกลางชีวิตที่ผู้ใหญ่หลายคนลงมติว่าขาดแคลน
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความร่าเริง ยังมีปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ
แม้ว่าจะไม่เคยมีโอกาสแม้สักครั้ง ที่จะได้ไปเห็นรถไฟเหาะด้วยตาของตัวเอง

 

ฉันไม่กล้าตัดสินหรอกว่า รอยยิ้มที่ส่งมาให้พวกเรานั้นมีบาดแผลแบบไหนซ่อนอยู่หรือเปล่า
แต่ที่ฉันแน่ใจ ทุกรอยยิ้มนั้น เกิดมาจากหัวใจแท้ๆ
หัวใจที่ยังบริสุทธิ์ และมองโลกดวงนี้สวยงาม
รอยยิ้มที่เกิดจากความสุขง่ายๆ แค่ต่อแก้วในมือเป็นหุ่นยนต์เล่น
หรือแค่ได้เห็นหน้าตัวเองบนจอหลังกล้องดิจิตอลของคนแปลกหน้า

ภาพเด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ที่มีความสุข
ทำให้ฉันหวนคิดถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เคยรู้จัก...

 

ในวันพ่อแห่งชาติปีหนึ่ง
ทางโรงเรียนจัดงานวันพ่อ ให้เด็กๆ ได้กราบพ่อของตัวเอง
เด็กผู้ชายที่เพิ่งพูดได้ไม่นานคนนั้นถูกสอนให้แกล้งลืมว่าโรงเรียนมีงาน
ด้วยการได้รับอนุญาตจากผู้เป็นแม่ให้นอนตื่นสาย และไม่ต้องไปโรงเรียนในวันนั้น
เด็กชายผู้ยังไม่ค่อยรู้ความวิ่งมาพูดกับแม่ของเขาว่า...
เขาดีใจที่ตัวเอง "โชคดี" ไม่ต้องไปโรงเรียน เพราะเขาไม่มีพ่อ!

ผู้เป็นแม่ ฟังแล้วน้ำตารื้น
ส่วนฉัน ฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกวูบๆ อยู่ในหัวใจ
จะอีกนานแค่ไหนนะ ที่เด็กคนนั้นจะยังรู้สึกว่าตัวเองโชคดี
โชคดีที่ถูกทอดทิ้ง...
โชคดีที่ไม่มีพ่อ...

 

 

มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
เมื่อคิดว่าถ้าเด็กเหล่านั้นเริ่มรู้ความมากขึ้น และเริ่มหวนคิดถึงการถูกทอดทิ้ง
รอยยิ้มเหล่านั้นจะค่อยๆ จางหายไป...
เมื่อวันหนึ่งที่ความสุขไม่ได้เกิดจากการต่อแก้วเป็นหุ่นยนต์อีกต่อไป
วันนั้น หัวใจดวงเดิมจะยังคงยินดีกับการเต้นอยู่ได้ต่อไปไหม ?

มองภาพนี้ทีไร ฉันก็ได้แต่หวังว่า
ทุกวันนี้ เด็กผู้ชายในภาพ คงจะยังรักษาความสุขในหัวใจไว้ได้
แม้ว่าจะต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมองเห็นด้านมืดของโลกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

 

 

edit @ 3 Jan 2008 20:28:28 by ภาพตรงหน้าที่มองไม่เห็น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไปที่ไหนกันมาเหรอคะ
อยากจะไปบ้าง จัง

#1 By MaNowZaa™ on 2008-01-03 13:49

สิ่งหนึ่งที่คิดได้..เด็กจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในนั้น โตขึ้นแม้จะมีบาดแผลทางใจ แต่เกิดการณ์อย่างนี้ไม่น่าจะขึ้นซ้ำจากพวกเขา หวังไว้อย่างนั้น

เศร้าอะ

#2 By shine (58.9.193.91) on 2008-01-03 14:19

เขียนได้ดี ปราณีตมากครับ ^-^
ไม่ทราบว่าบ้านของเด็กๆ จะเหมือนกันทุกที่หรือเปล่า
ที่เชียงใหม่ เด็กๆจะถูกสอนให้เรียกผู้ใหญ่ว่า "พ่อ" และ "แม่"
บางครั้งก็รู้สึกไม่ชอบใจ ทำไมจะต้องให้อะไรเป็นแบบนั้น ..

พอโตขึ้นก็เริ่มปลงๆ ..
บางอย่างก็ไม่น่าจะไปหาคำตอบ ..
ตราบที่เรายังอยู่ในที่ๆปลอดภัยที่สุด
แล้ววิพากษ์ในสิ่งที่ห่างไกลจากสถานะของตัวเองที่สุด ..

การไปเยี่ยมเด็กๆ .. จะด้วยเงื่อนไขอะไรก็แล้วแต่
สุดท้ายแล้ว .. สิ่งดีๆย่อมเกิดขึ้นแน่ๆ
และเรื่องราวเหล่านี้ ก็ได้ถูกถ่ายทอด ..
ให้หัวใจคนอื่นๆได้ชุ่มชื้นไปด้วย

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวครับ Hot!
น่าสงสารน้องเค้าจัง

บ้านเด็กกำพร้า กับเด็กด้อยโอกาสนี่
เคยไปแค่ครั้งเดียวเองค่ะ
และเข้าไปเล่นกับน้องๆ เ
ค้าได้พูดคุยกับน้องๆ กับครูฝึกเค้า
ทำให้ได้รู้ว่าน้องๆแต่ละคนก็ผ่านเรื่องมาเยอะเหมือนกันค่ะ
ไม่ได้บอกว่าน่าเวทนา หรือสมเพชนะ แต่รู้สึกสงสาร + เศร้าอ่ะ

#4 By ไอแพทเอง~* on 2008-01-03 19:07

พลอยก็มีblogที่นี่คุณพี่
เข้าเรื่อง
เคยไปล่าสุดเมื่อ4ปีก่อน
เจอเรื่องชวนอึ้งด้วย

ถ้าพี่จะไปอีก บอกด้วยเน้อ

#5 By น้องพลอย (161.200.255.162) on 2008-01-03 20:49

อาจจะวันเดียวที่รู้สึกดีเมื่อไม่มีพ่อกระมัง
วันอื่นอาจจะไม่เลย ........
Dear Whann,

They have to know "neccessary" things first, then they want to know "important" things..later.

You're lucky girl..Have a good days,

#7 By Mr.BJ on 2008-02-04 06:46